4 ทักษะจิตวิทยาการกีฬา ที่ใช้ได้ในชีวิตจริง!

4 ทักษะจิตวิทยาการกีฬา ที่ใช้ได้ในชีวิตจริง

4 ทักษะจิตวิทยาการกีฬา ที่ใช้ได้ในชีวิตจริง!

กว่าที่นักกีฬาระดับโลกสักคนจะสามารถขึ้นไปยืนบนโพเดี้ยมรับเหรียญได้นั้น ต้องยอมรับเลยว่าด้วยฝีมือที่ไร้เทียมทาน จนทำให้ได้ยืนอยู่แถวหน้าของวงการกีฬา แน่นอนว่าพวกเขาเหล่านั้นได้รับการสอน และฝึกฝนการกีฬามาอย่างหนักจากโค้ชจนประสบความสำเร็จเช่นวันนี้ แต่นอกจากการฝึกทักษะด้านกีฬาทางร่างกายแล้ว พวกเขาก็ต้องได้รับการฝึกฝนทางด้านจิตวิทยาด้วย เพราะการฝึกทางร่างกายที่หนักหน่วง อาจจะทำให้จิตใจอ่อนล้าได้ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ ดังนั้น เราจึงอยากแนะนำ 4 ทักษะจิตวิทยาการกีฬา ที่ใช้ได้ในชีวิตจริง ให้ทุกคนได้ทำความเข้าใจ แล้วจะเป็นอย่างไรนั้นไปดูกันเลย

4 ทักษะจิตวิทยาการกีฬา ที่ใช้ได้ในชีวิตจริง

จิตวิทยาการกีฬา เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกนึกคิดและอารมณ์ ไม่ใช่การศึกษาแต่เรื่องที่เกี่ยวกับนักกีฬา พฤติกรรม แข่งขันของนักกีฬาเท่านั้น แต่ยังทำการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับพฤติกรรมกลุ่ม การฟื้นฟูสภาพและการบำบัดโดยการใช้กิจกรรมทางกาย การเรียนรู้ทักษะ กลไก พฤติกรรม การเล่น กลุ่มสัมพันธ์ ความพร้อม การรับรู้ การเรียนรู้ทักษะ กลไกการรับรู้เกี่ยวกับรูปลักษณ์ของตนเอง บุคลิกภาพ และความสามารถ ทางการกีฬา ตลอดจนกิจกรรมการเคลื่อนไหวอื่น ๆ และในทางกลับกัน ความสามารถทางการกีฬาหรือการกีฬา มีผลต่อจิตใจ กระบวนความคิด การรับรู้ตนเอง การประเมินความสามารถ ความรู้สึกที่ดีต่อการเล่นกีฬา สร้างสังคม ความรัก ความสามัคคี การมีน้ำใจเป็นนักกีฬา สร้างความสนุกความท้าทาย  ตลอดเวลาที่เข้าร่วมกิจกรรม สร้างความรู้สึกกระตือรือร้น และมุ่งมั่นในการเล่นกีฬา ต่อไปเป็น 4 ทักษะจิตวิทยาการกีฬา

1. การตื่นเต้น หรือประหม่าก็เป็นเรื่องดี

4 ทักษะจิตวิทยาการกีฬา ที่ใช้ได้ในชีวิตจริง

อาจจะฟังดูแปลกไปหน่อย แต่หากคุณรู้สึกตื่นเต้น ขึ้นมาให้คุณบอกตัวเองว่า ฉันไม่ได้ประหม่านะ แต่ฉันแค่ตื่นเต้นที่จะได้ทำมัน ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติที่เราจะตื่นเต้นเวลาแข่งขัน หรือมีความกดดันขึ้นมา แต่จุดประสงค์ที่เราบอกตัวเองแบบนี้ก็เพื่อจะทำให้เราใจเย็นลง สงบนิ่งมากขึ้นด้วยความคิดเชิงบวก เพื่อส่งเสริมให้เรามีสมาธิ และสติที่จะลงมือทำสิ่งตรงหน้า

2. อย่าทำงานทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว

4 ทักษะจิตวิทยาการกีฬา ที่ใช้ได้ในชีวิตจริง

นักกีฬามืออาชีพทุกคนจะเรียนรู้วิธีการดูแลตัวเอง แต่นอกเหนือจากการดูแลตัวเองแล้ว อีกสิ่งที่สำคัญเช่นกันก็คือ เรียนรู้การยอมรับความช่วยเหลือจากผู้อื่น ยกตัวอย่างเช่น นักวิ่งมาราธอนที่วิ่งระยะยาวมากจนเข้าเส้นชัย เขาไม่ได้เข้าเส้นชัยด้วยตัวเองเท่านั้น แต่รอบสนามตามระยะทางการวิ่ง มีผู้คนมากมายที่ส่งเสียงเชียร์ พูดให้กำลังใจ หรืออาจจะแค่ส่งรอยยิ้มให้ หากเขายอมรับกำลังใจเหล่านั้นมาช่วยเหลือผลักดันให้ตัวเองเข้าเส้นชัย ก็ไม่เห็นว่ามันจะผิดตรงไหน ในชีวิตจริงก็เช่นกัน ถ้าคุณกำลังมีช่วงเวลายากลำบาก จะขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้างมาสร้างพลังเสริมบ้างก็ไม่ใช่เรื่องน่าอาย พลังบวกที่เพิ่มขึ้นย่อมสร้างผลลัพธ์ที่ดีกว่าเสมอ

3.พร้อมทางร่างกายและจิตใจ

4 ทักษะจิตวิทยาการกีฬา ที่ใช้ได้ในชีวิตจริง

นักกีฬาหลายระดับ นอกจากจะต้องพร้อมทางร่างกายแล้ว ยังต้องพร้อมทางด้านจิตใจที่เด็ดเดี่ยวอีกด้วย ฉะนั้น การฝึกซ้อมทางความคิดนั้นจึงสำคัญ เพราะมันจะสามารถสร้างแรงจูงใจ ความมั่นใจและประสิทธิภาพของเรื่องที่ทำได้ โดย Dr Josephine Perry บอกว่าก่อนการแข่งขันใดจะเกิดขึ้น เขาจะให้นักกีฬาจินตนาการถึงสิ่งที่อยากเห็น เสียงที่อยากได้ยิน หรืออยากสัมผัส เช่น ในจินตนาการฉันเห็นเส้นชัยอยู่ตรงหน้า และฉันวิ่งสุดแรงที่ฉันมี เสียงเชียร์จากผู้ชมดังกึกก้องทั้งสนาม ในตอนสุดท้ายฉันเห็นเหรียญทองมาคล้องที่คอของฉันแล้ว ฉันทำได้และรู้สึกดีสุด ๆ ในชีวิตจริงหากคุณต้องเตรียมตัวเพื่อการสัมภาษณ์งานหรือการสอบ ลองจินตนาการดูสิคะว่าคุณอยากให้มันออกมาเป็นอย่างไร ท้าทายตัวเองและฝึกฝนตัวเองให้พร้อมสำหรับมัน

4. ความคิดด้านลบมีผลกระทบต่อนักกีฬาอย่างมาก

4 ทักษะจิตวิทยาการกีฬา ที่ใช้ได้ในชีวิตจริง

แต่พวกเขาใช้เทคนิคนี้ในการทำให้ตัวเองมั่นใจมากยิ่งขึ้น นั่นคือการพูดกับตัวเอง และมันได้ผลดีเสมอ ประโยคสำคัญที่นักกีฬาใช้คุยกับตัวเองบ่อยก็คือ ฉันทำได้ คุณพร้อมแล้วที่จะทำมันได้ มั่นใจไปเลย ในครั้งหน้าหากสมองบอกคุณว่าคุณไม่สามารถทำได้หรอก ก็ให้คุณพูดตอบกลับไปว่า ได้สิ ฉันทำได้!

การใช้จิตวิทยาในการกีฬานั้น ซึ่งถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้นักกีฬา มีการแสดงออกในการแข่งขันได้สม่ำเสมอนั้น คือการที่พวกเขาประสบความสำเร็จ หรืออีกนัยหนึ่งคือชัยชนะในการแข่งขันนั่นเอง และด้วยปัจจัยนี้ การศึกษาวิจัยทางจิตวิทยาทำให้เราสามารถนำมาประยุกต์ในชีวิตประจำวันได้ นั่นคือถ้าเราเกิดความล้มเหลวในชีวิตหรือในการกระทำสิ่งต่าง ๆ เราควรหยุดคิด และหยุดทำสักพัก มาตั้งหลักใหม่ โดยการทำกิจกรรมที่เราสามารถทำได้และจะต้องสำเร็จแน่นอน การทำเช่นนี้จะทำให้ความเชื่อในความสามารถของเราเพิ่มมากขึ้น โดยเราค่อย ๆ ขยับระดับความยากของงานให้สูงขึ้นอย่างไม่รีบร้อน ก็จะทำให้เราทำงานได้เต็มความสามารถเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ความเชื่อในความสามารถของตนเองในเรื่องนั้น ๆ ก็จะสูงขึ้นตามมาเช่นกัน

และทั้งหมดนี้ก็คือ 4 ทักษะจิตวิทยาการกีฬาที่ใช้ได้ในชีวิตจริง ซึ่งจะเห็นได้ว่าในโลกที่หมุนเหวี่ยงอย่างรวดเร็ว และการแข่งขันก็ยังสูงลิ่วแบบในยุคปัจจุบันนี้ เราเองก็เปรียบเป็นผู้ลงแข่งขันอีกคนบนโลกใบนี้ นอกจากจะต้องฝึกทักษะทางด้านร่างกายแล้ว เราต้องไม่ลืมฝึกจิตใจของเราให้แข็งแรงด้วยนะคะ

อ่านบทความเพิ่มเติม